ปัญหาน้ำท่วม กทม.
Friday, 21 April 2006 @ 07:15 PM ICT
Contributed by: Nun

เที่ยง วันจันทร์ 17 เมษายน 2549 ที่ผ่านมา หลังจากที่ฝนหยุดตกแล้วช่วงสายๆ นั้นเลยนั่งรถไปย่านแหล่งธุรกิจแถวประตูน้ำ ไหนๆ ไปถึงที่นั่นแล้วไปเดิน shopping สนุกๆ ดีกว่า แต่ต้องเกิดอาการอารมณ์เสียจนได้เพราะว่ามาประตูน้ำหลังฝนตกครั้งไหนๆ ก็เจอแต่ปัญหาน้ำท่วมทุกที ถ้าเดินไม่ระวังหน่อย หรือจะระวังแล้วก็ตามรถที่ขับเข้าๆ ออกๆ บางทีขับเร็วจนหลบไม่ทันต้องเปียกน้ำโคลนดำๆ เหม็นๆ ไปตามๆ กันเลยทีเดียว อาการน้ำท่วมอย่างนี้ต้องวอนใครมาแก้ปัญหาให้กับ กทม.ของเรานะ เคยมีชาวบ้านแถบน้ำไปร้องเรียนให้ช่วยแก้ปัญหากี่ครั้งๆ กี่หนก็ยังต้องเจอกับสภาพปัญหาเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดังนั้นหน้าฝนนี้มีเคล็ดไม่ลับมาฝากสำหรับตนใช้ถนนกัน คือการขับรถลุยน้ำ ลุยฝน เพราะหากจำเป็นที่ต้องขับรถลุยน้ำท่วมน้ำนั้นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนขับรถลุยน้ำ ควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพราะแรงดันจากน้ำมันจะช่วยอัดไม่ให้เกิดไอน้ำภายในถัง โดยจุดสำคัญที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ คือ ระบบจ่ายไฟทั้งคอยล์ สายไฟ จานจ่ายไฟ และปลั๊กหัวเทียน
หากเกิดปัญหากับระบบจ่ายไฟ จะทำให้เครื่องยนต์ดับ ต้องใช้สเปรย์กันความชื้นฉีดป้องกัน เพราะแม้น้ำจะไม่เข้าถึงเครื่องยนต์ แต่ความชื้นจากการลุยน้ำ จะทำให้เกิด ไอน้ำเกาะ เป็นต้นเหตุของเครื่องดับได้ และในขณะขับรถลุยน้ำ ต้องขับช้าๆ อย่างระมัดระวัง สำหรับรถที่ใช้ระบบ พัดลมติดเครื่อง อย่าเร่งรอบเครื่องโดยเด็ดขาด เพราะปลายใบพัด อาจวักน้ำกระจายเข้าห้องเครื่อง ทำให้เครื่องยนต์ดับได้
สำหรับพื้นถนนเป็นดินหรือลูกรัง จะทำให้ลื่นกว่าปกติ ให้แก้ไขโดยถอนคันเร่ง เพื่อลดความเร็ว และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ที่สูงขึ้น เพื่อลดแรงบิดของล้อ ป้องกันการลื่นไถล และช่วยให้ดอกยางเกาะพื้นถนนดียิ่งขึ้น และหลังจากขับรถลุยน้ำแล้ว ต้องกำจัดน้ำออกจากชิ้นส่วนที่มีน้ำซึมเข้าไป โดยบริเวณที่ต้องดูแลมากที่สุด คือ ไดสตาร์ท ให้ทำความสะอาดโดยการดับเครื่องยนต์ แล้วสตาร์ทประมาณ 2 – 3 ครั้ง เพื่อรีดน้ำออก หรืออาจใช้วิธีดึงสายคอยล์ออกก่อนสตาร์ท เป็นช่วงๆ ละไม่เกิน 5 วินาที
หากหลังจากขับรถลุยน้ำแล้วไม่สามารถเข้าเกียร์ได้ แสดงว่า มีน้ำเข้าไปในชุดคลัทซ์ ให้แก้ไขโดย เข้าเกียร์ค้างไว้แล้วสตาร์ททันที หากยังไม่ได้ผล ให้ใช้วิธีเข็นลงจาก ที่สูงแล้วค้างเกียร์ไว้ แรงกระชากจะทำให้ชุดคลัทซ์หายเป็นปกติ ตลอดจนต้องตรวจสอบน้ำมันเบรก กระบอกลูกสูบ ลูกยาง ว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่
What's Related