นักวิจัย สบู่ดำ ท้อ ขาดการสนับสนุน | Purging Nut Diesel
Thursday, 04 May 2006 @ 06:47 PM ICT
Contributed by: Nun

นักวิจัย เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณโครงการวิจัยสบู่ดำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อเป็นพลังงานทดแทนในอนาคตศาสตราจารย์ ดร.ชำนาญ ฉัตรแก้ว หัวหน้าโครงการวิจัยสบู่ดำ กล่าวถึงความคืบหน้าการวิจัยว่า การดำเนินงานมีความคืบหน้าพอสมควร โดยขณะนี้สามารถจำแนกสบู่ดำสายพันธุ์ที่ดีได้จำนวน 132 สายพันธุ์แล้ว
แต่การวิจัยต้องขาดความต่อเนื่องไปบ้าง เนื่องจากประสบปัญหาด้านงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล ทั้งนี้ โครงการวิจัยดังกล่าว จำเป็นต้องใช้งบประมาณดำเนินงานถึง 50 ล้านบาทแต่ขณะนี้ ได้รับเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่สถานการณ์พลังงานของประเทศกำลังก้าวสู่ขั้นวิกฤติ
แต่รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด โดยเน้นเรื่องการพยุงราคาน้ำมันมากกว่าการหันไปสนับสนุนเรื่องการหาพลังงานทดแทนอย่างจริงจังสำหรับเกษตรกรที่กำลังคิดจะปลูกสบู่ดำในช่วงนี้ หัวหน้าโครงการวิจัยสบู่ดำ แนะนำว่า สามารถทำได้แต่ขอให้ศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์ให้ดี เพราะสบู่ดำมีอายุยืนถึง 50 ปี หากเลือกสายพันธุ์ไม่ดีก็จะต้องแบกรับภาระในเรื่องผลผลิตที่ได้น้อย และควรรวมกลุ่มในลักษณะเศรษฐกิจชุมชนจะช่วยประหยัดการลงทุนในทุกด้านอีกด้วย
สบู่ดำ เป็นพืชน้ำมันชนิดหนึ่ง น้ำมันที่ได้จากเมล็ดสบู่ดำ (Alternative Fuel) สามารถใช้กับ เครื่องยนต์ ดีเซล (Diesel) ที่เกษตรกรใช้ โดยไม่ต้องใช้น้ำมันชนิดอื่นผสมอีก สบู่ดำจึงเป็นพืชที่น่าให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งในสภาวะที่ราคาน้ำมันดีเซลมีราคาสูงอย่างในปัจจุบัน สบู่ดำมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Jatropha Curcas Linn. อยู่ในวงศ์ไม้ยางพารา
สำหรับการบีบอัดน้ำมันใช้วิธีการแบบง่าย ๆ คือ ล้างเมล็ด ให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้ง นำมาบดให้แตกเป็นชิ้น ๆ ใส่ตู้อบ พลังงานแสงอาทิตย์นาน 30 นาที แล้วใส่ในเครื่องบีบอัดที่มีเกลียวขันลง และใช้แม่แรง 20 ตันดันขึ้น น้ำมันที่ได้ผ่าน ผ้าขาวบาง 2 ชั้น กรองใช้ได้เลย เมล็ดสบู่ดำ 2 กิโลกรัมได้ น้ำมันครึ่งลิตรหรือ 25 เปอร์เซ็นต์ กับกากสบู่ดำอีก 1.5 กิโลกรัม
ปัจจุบันสบู่ดำมีปลูกอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่นภาคเหนือเรียกว่ามะหุ่งฮั้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่ามะเยาหรือสีหลอด ภาคใต้เรียกว่ามาเคาะ
What's Related